เข้าไปได้ไง? แพทย์ช็อกทั้งทีม ผ่าเจอ "ไม้จิ้มฟัน" ฝังในหัวใจเด็กชายวัย 13 แทงทะลุหวิดดับ!

อุทาหรณ์กลืนไม่รู้ตัว! เด็กชายหวิดดับช็อกหัวใจล้มเหลว หมอผ่าเจอ "ของใช้ในครัว" แทงทะลุอก
วงการแพทย์ถึงกับตะลึงหลังตรวจพบเคสหายากในเด็กชายอายุ 13 ปี ที่มีอาการหัวใจติดเชื้อและมีหนองท่วมห้องหุ้มหัวใจ ก่อนแพทย์จะผ่าตัดเจอร่างต้นตอเป็น "ไม้จิ้มฟัน" สภาพสมบูรณ์แทงคาอยู่ที่ตัวหัวใจ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุภายในร่างกายที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
นาทีชีวิต: ส่งตัวด่วนจากต่างจังหวัดในสภาพช็อกและหัวใจล้มเหลว
โรงพยาบาลเด็ก 2 (Children's Hospital 2) ในนครโฮจิมินห์ ได้แถลงความสำเร็จในการผ่าตัดช่วยชีวิตผู้ป่วยเด็กชาย วัย 13 ปี ย้ายตัวมาจากจังหวัดเกียลาย (Gia Lai) หลังจากเกิดอาการทรุดหนักขั้นวิกฤต โดยมีภาวะระบบหายใจล้มเหลว ช็อก หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และมีหนองสะสมในถุงหุ้มหัวใจในปริมาณมาก
แพทย์หญิงเหวียน ธิ ง็อก เฝื่อง (Dr. Nguyen Thi Ngoc Phuong) รองหัวหน้าแผนกโรคหัวใจ เปิดเผยว่า ทันทีที่ผู้ป่วยเดินทางมาถึง ทีมแพทย์ต้องรีบทำการใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยาช่วยกระตุ้นการทำงานของหลอดเลือด (Vasopressor) ร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดพร้อมกันเพื่อควบคุมการติดเชื้ออย่างเร่งด่วน
เนื่องจากปริมาณหนองที่สะสมได้เข้าไปกดทับหัวใจอย่างรุนแรง (Cardiac Tamponade) จนหัวใจแทบจะหยุดเต้น แพทย์จึงตัดสินใจเปิดปฏิบัติการผ่าตัดด่วนเพื่อลดแรงดัน แต่ในระหว่างที่ลงมีดผ่าตัด ศัลยแพทย์กลับต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่า มีไม้จิ้มฟันไม้ไผ่สภาพสมบูรณ์เต็มชิ้น แทงปักคาอยู่ที่ผนังด้านหลังของหัวใจห้องล่างขวา (Right Ventricle) ซึ่งไม้จิ้มฟันชิ้นนี้เองที่เป็นตัวนำพาเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย จนทำให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ อักเสบและกลายเป็นหนองท่วมหัวใจ
กลไกสุดแปลก: กลืนลงท้องแต่ไปโผล่ที่หัวใจได้อย่างไร?
แพทย์หญิงง็อก เฝื่อง วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่เด็กชายจะเผลอกลืนไม้จิ้มฟันลงไปในท้องโดยไม่รู้ตัวในอดีต ซึ่งตามหลักสรีรวิทยาแล้ว เมื่อสิ่งแปลกปลอมตกลงสู่ระบบทางเดินอาหาร มันจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามกระเพาะหรือลำไส้ แต่ในเคสที่พบได้ยากมาก ๆ นี้ ไม้จิ้มฟันได้ทิ่มทะลุผ่านผนังทางเดินอาหารและค่อย ๆ เคลื่อนตัวทะลุเข้าไปปักเข้าที่หัวใจห้องล่างขวา โดยที่ทั้งตัวเด็กและครอบครัวต่างจำไม่ได้เลยว่าเคยกลืนไม้จิ้มฟันลงไปตอนไหน
หลังจากทีมแพทย์ได้ทำการคีบนำสิ่งแปลกปลอมออก พร้อมชะล้างเคลียร์หนองจนสะอาดและอัดยาปฏิชีวนะโดสสูงอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเด็กชายก็ค่อย ๆ ตอบสนองการรักษาและรอดพ้นจากขีดอันตรายได้ในที่สุด
คำเตือนทางการแพทย์: ผลกระทบระยะยาวที่ต้องเฝ้าระวัง
แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จและเด็กชายพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ทีมแพทย์เน้นย้ำว่าในระยะยาว ผู้ป่วยเด็กรายนี้ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับโรคหัวใจเรื้อรังได้ โดยเฉพาะ "โรคถุงหุ้มหัวใจอักเสบแบบยึดติด" (Constrictive Pericarditis) ซึ่งจะทำให้ถุงหุ้มหัวใจหนาและแข็งตัวจนบีบรัดการทำงานของหัวใจในอนาคต ดังนั้น เด็กชายจึงยังจำเป็นต้องเดินทางมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กระบบหัวใจอย่างละเอียดเป็นประจำตามนัดหมาย
- ลูกสาววัย 17 ตั้งท้องทั้งที่ยัง "ซิง" หมอเฉลยความจริงเรื่องอสุจิ แม่ล้มทั้งยืน!
- แม่อวดรูปลูกสาว 10 ขวบโตกว่าวัย แต่ชาวเน็ตแห่ทัก "เด็กป่วยรุนแรง" ดูไม่ออกจริงเหรอ?

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี